f
title
แขวงทางหลวงอ่างทอง
Angthong Highway
วิสัยทัศน์ : เป็นองค์กรชั้นนำด้านงานทาง เพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาทางหลวงอย่างยั่งยืน
 
ข่าวสารทางหลวง
title
กรมทางหลวง เตรียมเก็บค่าผ่านทาง มอเตอร์เวย์ ช่วงพัทยา-มาบตาพุด เริ่ม 1 มี.ค. 64

กรมทางหลวง เตรียมเก็บค่าผ่านทาง มอเตอร์เวย์ ช่วงพัทยา-มาบตาพุด เริ่ม 1 มี.ค. 64 กรมทางหลวง เตรียมจัดเก็บค่าผ่านทาง มอเตอร์เวย์สาย 7 กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา-มาบตาพุด ตลอดสาย ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 เป็นต้นไป หลังเปิดให้ใช้บริการฟรี ส่วนต่อขยาย ช่วงพัทยา – มาบตาพุด ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2563 เป็นต้นมา โดยมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ช่วยส่งเสริมการเดินทางระหว่างจังหวัดและระหว่างภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผยว่า ทล.จะเริ่มเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางบนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ในส่วนต่อขยาย ช่วงพัทยา-มาบตาพุด ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.64 เป็นต้นไป โดยจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางแบบระบบปิด (Closed System) ตลอดเส้นทาง ซึ่งมีการควบคุมทางเข้า-ทางออกอย่างสมบูรณ์ (Fully Controlled Access) ช่วยให้ผู้ใช้ทางสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย รวมทั้งมีระบบการให้ความช่วยเหลือดูแลผู้ใช้เส้นทางตลอดเส้นทาง 24 ชั่วโมง โดยเงินค่าธรรมเนียมผ่านทางที่จัดเก็บได้ทั้งหมด กรมทางหลวงจะนำฝากบัญชีเงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง ซึ่งนำฝากไว้กับกระทรวงการคลังเพื่อนำไปใช้บำรุงรักษาทาง สะพาน และเพิ่มประสิทธิภาพระบบอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยต่างๆ เช่น ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง ระบบกล้องวงจรปิด CCTV โทรศัพท์ฉุกเฉิน การให้บริการหน่วยกู้ภัย เป็นต้น รวมถึง การนำไปใช้ในการก่อสร้างขยายโครงข่ายมอเตอร์เวย์ในสายอื่นๆ ในอนาคต เช่น ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 สายบางขุนเทียน - บ้านแพ้ว เป็นต้น ซึ่งจะช่วยลดภาระงบประมาณแผ่นดินและรักษาวินัยทางการเงินของภาครัฐ อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมระบบโลจิสติกส์และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศด้วย ทั้งนี้ ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 1 มี.ค. 64 เป็นต้นไป เฉพาะผู้ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์หมายเลข 7 ที่เดินทางผ่านส่วนต่อขยายช่วงพัทยา – มาบตาพุด จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านทางเพิ่มขึ้น เช่น ค่าธรรมเนียมผ่านทางสำหรับรถยนต์ 4 ล้อ จากกรุงเทพฯ ถึง มาบตาพุด (ด่านฯ อู่ตะเภา) จากเดิม 105 บาท เป็น 130 บาท หรือ จากพัทยา ถึง มาบตาพุด (ด่านฯ อู่ตะเภา) จากเดิมวิ่งฟรี จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมผ่านทาง 30 บาท เป็นต้น สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมผ่านทางตลอดเส้นทาง บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ - บ้านฉาง ช่วงกรุงเทพฯ - ชลบุรี - พัทยา - มาบตาพุด ตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. 64 เป็นต้นไป แยกตามประเภทยานพาหนะได้ดังนี้ รถยนต์ 4 ล้อ 10-130 บาท, รถยนต์ 6 ล้อ 15-210 บาท และรถยนต์มากกว่า 6 ล้อขึ้นไป 20-305 บาท โดยผู้ที่เดินทางสามารถเข้าออกได้ทุกด่าน อย่างสะดวก รวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 สายกรุงเทพฯ - บ้านฉาง เป็นหนึ่งในโครงข่ายสำคัญตามแผนแม่บทการพัฒนาทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ระยะ 20 ปี เพื่อเสริมประสิทธิภาพการเดินทางและขนส่งทางถนน ถือเป็นทางเลือกในการเดินทางที่สำคัญ เพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและโลจิสติกส์ของภาคอุตสาหกรรม เติมเต็มโครงข่ายคมนาคมขนส่งในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เชื่อมโยงการขนส่งทั้งทางน้ำและทางอากาศ เชื่อมด่านการค้าชายแดนและพื้นที่อุตสาหกรรมหลัก ตลอดจนการเดินทางระหว่างภูมิภาค ซึ่งเป็นการแบ่งเบาปริมาณการจราจรจากทางหลวงสายหลัก ขยายโอกาสการค้าและการลงทุน ส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดในพื้นที่ภาคตะวันออก รวมไปถึงภาคการส่งออกของประเทศ ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน #กรมทางหลวง #กระทรวงคมนาคม #motorway #มอเตอร์เวย์ #เดินทางอุ่นใจปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง #สายด่วนกรมทางหลวง1586 #สายด่วนมอเตอร์เวย์1586กด7
title
ครม. ไฟเขียวเดินหน้าโครงการมอเตอร์เวย์สาย 82 สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว คาดตอกเข็มได้ในปีนี้

ครม. ไฟเขียวเดินหน้าโครงการมอเตอร์เวย์สาย 82 สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว คาดตอกเข็มได้ในปีนี้ วันนี้ (9 ก.พ. 2564) คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กรมทางหลวงเดินหน้าก่อสร้างโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 สายบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย - บ้านแพ้ว เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 35 หรือถนนพระราม 2 และเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางและการขนส่งสินค้าระหว่างกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ลงสู่ภาคใต้ของประเทศ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางถนน โดยมีแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ระยะ 20 ปี พ.ศ. 2560-2579 รวม 21 เส้นทาง ระยะทาง 6,612 กิโลเมตร เพื่อเสริมศักยภาพระบบการขนส่งทางถนนให้มีประสิทธิภาพ เชื่อมโยง ครอบคลุม และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันด้านโลจิสติกส์ของประเทศ ล่าสุดวันนี้ (9 ก.พ. 64) คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงเดินหน้าการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 สายบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว ในส่วนของงานโยธา เพื่อเป็นหนึ่งในโครงข่ายสำคัญในการเดินทางและขนส่ง เชื่อมโยงกรุงเทพมหานครสู่พื้นที่ภาคใต้ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และยังเป็นเส้นทางส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคใต้ กระจายรายได้ไปยังภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ยกระดับขีดความสามารถของประเทศอย่างยั่งยืน นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยถึงการก่อสร้างงานโยธา ช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว ว่าแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย มีแนว สายทางเชื่อมต่อโดยตรงแบบไร้รอยต่อ (Seamless) กับทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตกของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันกรมทางหลวงอยู่ระหว่าง การก่อสร้าง โดยใช้งบประมาณแผ่นดิน วงเงิน 10,500 ล้านบาท ระยะที่ 2 ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว กรมทางหลวงอยู่ระหว่างเตรียมดำเนินการก่อสร้าง โดยใช้เงินทุนค่าธรรมเนียมผ่านทาง (กองทุนมอเตอร์เวย์) วงเงิน 19,700 ล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบวันนี้ สำหรับโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 82 สายบางขุนเทียน-เอกชัย-บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย-บ้านแพ้ว มีรูปแบบเป็นทางยกระดับบนทางหลวงหมายเลข 35 ขนาด 6 ช่องจราจรไป-กลับ โดยมีจุดเริ่มต้นเชื่อมต่อกับโครงการระยะที่ 1 ช่วงบางขุนเทียน-เอกชัย บริเวณ กม. 20+295 ในอำเภอเมืองสมุทรสาคร และสิ้นสุดบริเวณ กม.36+645 ในอำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ระยะทางรวม 16.4 กิโลเมตร สำหรับการก่อสร้างงานระบบ พร้อมการดำเนินงานและบำรุงรักษา (O&M) กรมทางหลวง จะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP โดยระบบเก็บค่าผ่านทางจะใช้เทคโนโลยีการจัดเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น M-Flow เชื่อมต่อทุกโครงข่ายในรูปแบบและมาตรฐานเดียวกัน (Single Platform System) กรมทางหลวงมีแผนดำเนินงานก่อสร้างโครงการฯ ในส่วนของงานโยธาระยะที่ 2 ในช่วงปี 2564-2567 และงานติดตั้งระบบต่าง ๆ ในช่วงปี 2566-2567 โดยคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในต้นปี 2568 ซึ่งการดำเนินโครงการนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่าปัจจุบันสุทธิ 23,264 ล้านบาท และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจด้านการผลิต การขยายตัวด้านรายได้ และการจ้างงานกว่า 100,000 ล้านบาท อธิบดีกรมทางหลวง กล่าว #กรมทางหลวง #กระทรวงคมนาคม #โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง #สายด่วนกรมทางหลวง1586 #เดินทางอุ่นใจปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง