f
title
แขวงทางหลวงอ่างทอง
Angthong Highway
วิสัยทัศน์ : เป็นองค์กรชั้นนำด้านงานทาง เพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนาทางหลวงอย่างยั่งยืน
 
ข่าวสารทางหลวง
title
กรมทางหลวง ดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน ช่วงที่ 1 กลางดง - ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กม. แล้วเสร็จ

กรมทางหลวง ดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงไทย - จีน ช่วงที่ 1 กลางดง - ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กม. แล้วเสร็จ ชูเป็นต้นแบบของโครงการในช่วงต่อๆไป นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย รองอธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ตามที่กรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟ ช่วงกรุงเทพมหานคร – หนองคาย (ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพมหานคร – นครราชสีมา) ช่วงที่ 1 กลางดง – ปางอโศก กม.150+500 – 154+000 ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นไปตามบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกรมทางหลวง กับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) โดยให้กรมทางหลวงดำเนินการก่อสร้างให้ ประกอบด้วยงานหลักๆ 5 งาน ได้แก่ งานย้ายรางรถไฟเดิม งานดินตัดและงานถมวัสดุในหน้าตัดคันทางรถไฟความเร็วสูง งานชั้นวัสดุ Top Layerหรืองานบดอัดวัสดุก่อนงานวางรางและหินโรยทาง งานคอนกรีตประกอบคันทางรถไฟความเร็วสูง และงานถนนบริการขนานกับคันทางรถไฟความเร็วสูง ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร นั้น ปัจจุบันกรมทางหลวงได้ดำเนินโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จ 100%และคาดว่าจะส่งมอบงานให้การรถไฟแห่งประเทศไทยภายในเดือนกันยายน 2563 โดยโครงการนี้จะถือเป็นต้นแบบในการดำเนินงานในช่วงต่อไปของโครงการรถไฟความเร็วสูง เพื่อให้ทราบถึงกระบวนการทำงาน คุณภาพของวัสดุ ทำให้สามารถใช้วัสดุภายในประเทศให้มากที่สุด ซึ่งกรมทางหลวงได้ปรับปรุงคุณภาพวัสดุ เช่น คอนกรีต เหล็กเส้น และงานชั้นวัสดุ Top Layer ให้มีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานรถไฟความเร็วสูง รองอธิบดีกรมทางหลวง กล่าวต่อไปว่า สำหรับโครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงไทย – จีน ช่วงที่ 1 กลางดง – ปางอโศกใช้เวลาดำเนินการทั้งสิ้น 2 ปี 6 เดือน ซึ่งใช้เวลาในการก่อสร้างค่อนข้างมาก เนื่องจากต้องใช้กระบวนการทำงานของกรมทางหลวงเองมาประยุกต์ให้เข้ากับกระบวนการทำงานของรถไฟความเร็วสูงโดยผู้ควบคุมงานจากประเทศจีน ซึ่งทางกรมทางหลวงได้ทำงานควบคู่กับการศึกษาและเรียนรู้ เพื่อให้สามารถใช้วัสดุภายในประเทศให้ได้มากที่สุดและที่ผ่านมาได้นำเข้าวัสดุจากประเทศจีน 2 รายการ ได้แก่ ผ้าใบกันความชื้น และสายดิน คิดเป็น 2% ของมูลค่าก่อสร้างรวมทั้งหมด นอกจากนี้ กรมทางหลวงยังได้จัดทำคู่มือการก่อสร้างคันทางรถไฟความเร็วสูงตามประสบการณ์การทำงานกับผู้ควบคุมจากประเทศจีน เพื่อให้ความรู้กับผู้ที่สนใจหรือผู้รับจ้างอื่นๆต่อไป ทั้งนี้ โครงการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง จะช่วยเสริมสร้างโครงข่ายการคมนาคมของประเทศรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และการคมนาคมขนส่งถึงประเทศจีน อีกทั้ง ยังเป็นการยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ตามนโยบายรัฐบาลเพื่อเดินหน้าประเทศไทยอย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน #กรมทางหลวง #กระทรวงคมนาคม #รถไฟความเร็วสูงไทยจีน #สายด่วนกรมทางหลวง1586 #เดินทางอุ่นใจปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง
title
“ศักดิ์สยาม” ลงพื้นที่ราชบุรี เร่งรัดโครงการแก้ปัญจราจรภาคใต้ตามนโยบายรัฐบาล

“ศักดิ์สยาม” ลงพื้นที่ราชบุรี เร่งรัดโครงการแก้ปัญจราจรภาคใต้ตามนโยบายรัฐบาล วันที่ 23 กันยายน 2563 (เวลา 09.45 น.) ณ โรงยิมเนเซี่ยมจังหวัดราชบุรี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรีในการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายทางหลวงและแก้ไขปัญหาจราจร โดยมี นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี และประชาชนในพื้นที่จังหวัดราชบุรีให้การต้อนรับ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายถนนและการก่อสร้างทางหลวงสายใหม่ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมขนส่งให้พี่น้องประชาชน และบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด โดยเฉพาะในเส้นทางจากกรุงเทพมหานครสู่ภาคใต้ โดยได้ให้นโยบายแก่กรมทางหลวงเร่งรัดดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงโครงข่ายทางหลวง พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในเส้นทางสู่ภาคใต้ให้มีความสะดวก รวดเร็ว คล่องตัว และปลอดภัย ผ่าน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม สมุทรสาครสมุทรสงคราม ราชบุรี และเพชรบุรี สำหรับการพัฒนาและปรับปรุงโครงข่ายทางหลวงในเส้นทางสู่ภาคใต้ที่กรมทางหลวงดำเนินการ อยู่ในปัจจุบัน มีทั้งสิ้น 5 แนวทาง ดังนี้ 1.คลี่คลายปัญหาการจราจรบนถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักในการเดินทาง สู่ภาคใต้ ด้วยการปรับปรุงถนนระดับพื้นดิน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2561 2.เร่งรัดก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองทางยกระดับบนถนนพระราม 2 ช่วงบางขุนเทียน ถึงบ้านแพ้ว โดยมีรูปแบบก่อสร้างเป็นมอเตอร์เวย์ยกระดับบนถนนพระราม 2 เชื่อมต่อกับโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง –วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ขนาด 6 ช่องจราจร เป็นระบบการเก็บค่าผ่านทางที่ใช้เทคโนโลยี AI “ระบบ M-Flow” ไร้ไม้กั้น วงเงินลงทุนรวมกว่า 30,000 ล้านบาท โดยช่วงบางขุนเทียน-เอกชัยจะแล้วเสร็จในปี 2565 และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดถึง บ้านแพ้วภายใน 3.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 สายนครปฐม – ชะอำ มีจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณชุมทางต่างระดับนครชัยศรี ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ - กาญจนบุรี เส้นทางมุ่งหน้าลงใต้ถึงทางแยกต่างระดับท่ายาง ระยะทาง 109 กิโลเมตร มีรูปแบบก่อสร้างเป็นมอเตอร์เวย์ขนาด 4 ช่องจราจร และมีด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางจำนวน 9 แห่ง โดยใช้เทคโนโลยี AI แบบระบบ M-Flow พร้อมมีที่พักริมทาง (Rest Area) จำนวน 5 แห่ง วงเงินลงทุนทั้งสิ้น 79,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาขออนุมัติโครงการในรูปแบบ PPP และมีแผนดำเนินงานก่อสร้างระหว่าง ปี 2565 – 2568 4.การเดินหน้าโครงการทางหลวงแนวใหม่ เชื่อมต่อสามแยกวังมะนาว – บรรจบทางหลวงหมายเลข 3510 อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี มีจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณสามแยกวังมะนาว ถึง อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี รวมระยะทาง 36.8 กม. แบ่งช่วงดำเนินการ เป็น 3 ตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 ช่วงสามแยกวังมะนาว – บ.หนองลังกา ระยะทาง 14.8 กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นทางแนวใหม่ ขนาด 4 ช่องจราจร รวมทางแยกต่างระดับ ตอนที่ 2 ช่วง บ.หนองลังกา – บ.ห้วยศาลา ระยะทาง 7.1 กิโลเมตร ตามแนวทางหลวงหมายเลข 3206 ขยายเป็น 4 ช่องจราจร ตอนที่ 3 ช่วง บ.ห้วยศาลา – สี่แยกเข้า อ.หนองหญ้าปล้อง ระยะทาง 14.9 กิโลเมตร ตามแนวทางหลวงหมายเลข 3510 ขยายเป็น 4 ช่องจราจร ใช้วงเงินงบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น 2,650 ล้านบาท ได้รับงบประมาณในการออกแบบรายละเอียดในปี 2564 และขอตั้งงบประมาณก่อสร้างในปี 2566 คาดว่าพร้อมเปิดให้บริการในปี 2568 5.การปรับปรุงก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (สะพานสิริลักขณ์) โดยมีรูปแบบการก่อสร้างเป็นสะพานคอนกรีตข้ามแม่น้ำแบบสะพานคู่ กว้างข้างละ 3 ช่องจราจร ได้รับงบประมาณเพื่อสำรวจออกแบบและศึกษา EIA ในปี 2564 คาดว่าจะดำเนินงานก่อสร้างในปี 2566 พร้อมแล้วเสร็จในปี 2568 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมทางหลวงได้รับนโยบายจาก นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เร่งรัดดำเนินโครงการดังกล่าว ซึ่งวันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ท่านรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่มาดูความคืบหน้าด้วยตนเอง กรมทางหลวงจะเดินหน้าโครงการให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้เร็วที่สุด แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด รองรับปริมาณรถที่เพิ่มสูงขึ้น เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลกับพื้นที่ภาคใต้ อีกทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ทำให้การเดินทางสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น ส่งเสริม การท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในภูมิภาคและประเทศไทยให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน #กรมทางหลวง #กระทรวงคมนาคม #ใส่ใจผู้ใช้ทาง #สายด่วนกรมทางหลวง1586 #เดินทางอุ่นใจปลอดภัยไปกับกรมทางหลวง #แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด #ส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ
title
สำนักก่อสร้างสะพานจะทำการปิดเบี่ยงจราจรถนนพหลโยธินฝั่งขาออกไปสระบุรีที่ กม.56+200 พื้นที่ ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 21 กันยายน 2563 เวลา 22.00 น. – 04.00 น. ของวันที่ 22 กันยายน 2563

กรมทางหลวง โดยสำนักก่อสร้างสะพานจะทำการปิดเบี่ยงจราจรถนนพหลโยธินฝั่งขาออกไปสระบุรีที่ กม.56+200 พื้นที่ ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 21 กันยายน 2563 เวลา 22.00 น. – 04.00 น. ของวันที่ 22 กันยายน 2563 จึงขอให้ผู้ใช้เส้นทางดังกล่าวเบี่ยงการจราจรโดยใช้ช่องทางพิเศษถนนพหลโยธินฝั่งขาเข้าจำนวน 3 ช่องจราจรทดแทน เนื่องจากได้มีการยกติดตั้งคาน U-Girder โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสาย บางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา (ตอน 2) ในระหว่างดำเนินการอาจทำให้ไม่ได้รับความสะดวก กรมทางหลวงต้องขออภัย ณ โอกาสนี้ และขอให้ประชาชนใช้เส้นทางอย่างระมัดระวัง หรือหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางในวันดังกล่าว รวมทั้ง ขอความร่วมมือผู้ใช้เส้นทางปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำทางเลี่ยง ป้ายเสริมจากโครงการ และสัญญาณจราจรที่ติดตั้งไว้ เพื่อประโยชน์ต่อการเดินทาง ทั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุต่างๆ ระหว่างดำเนินการได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)